เริ่มจากทางเข้าและพื้นที่รับของ
บริเวณหน้าประตูมักเป็นจุดแรกที่รับฝุ่นจากทางเดิน รองเท้า กล่องพัสดุ และของที่ถือกลับเข้าห้อง ลองกำหนดถาดหรือชั้นเล็กสำหรับรองเท้า กุญแจ และของใช้ที่ต้องหยิบก่อนออกจากบ้าน การมีที่วางประจำช่วยลดการกองของบนโต๊ะหรือพื้นได้มาก
เช็ดลูกบิด มือจับ สวิตช์ไฟ และชั้นวางใกล้ประตูตามการใช้งานจริง แล้วดูว่ามีกระดาษ ถุง หรือกล่องที่ไม่จำเป็นค้างอยู่หรือไม่ การจัดการตั้งแต่จุดนี้ทำให้ทางเข้าดูโล่งและทำให้คุณเห็นพื้นผิวที่ต้องดูแลได้ง่าย โดยไม่ต้องย้ายของไปมาในภายหลัง
แบ่งการดูแลพื้นตามประเภทการใช้งาน
ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และมุมทำงานมีการเดินผ่านไม่เท่ากัน จึงอาจแบ่งลำดับเป็นการเก็บเศษของก่อน แล้วจึงดูดฝุ่นหรือเช็ดพื้นตามวัสดุของห้อง วิธีแบ่งพื้นที่ทำให้ไม่ต้องทำซ้ำหลายรอบ และช่วยให้เห็นมุมใต้โต๊ะ ใต้โซฟา หรือข้างเตียงที่อาจถูกมองข้าม
ก่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หนัก ควรประเมินว่าจำเป็นหรือปลอดภัยต่อพื้นและตัวคุณหรือไม่ สำหรับวันทำความสะอาดทั่วไป อาจเน้นพื้นที่ที่เข้าถึงได้และวางแผนจุดที่ต้องการดูแลลึกในอีกครั้ง การทำงานแบบเป็นจริงตามเวลาที่มีช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบโดยไม่ทำให้เหนื่อยเกินไป
จัดครัวให้หยิบใช้และเช็ดง่าย
ครัวคอนโดมักอยู่ใกล้พื้นที่นั่งเล่น จึงเห็นรอยใช้งานได้ง่าย เริ่มจากเก็บภาชนะ ล้างสิ่งที่ต้องล้าง และเช็ดพื้นที่เตรียมอาหารตามปกติ จากนั้นค่อยแยกของบนเคาน์เตอร์เป็นของที่ใช้ทุกวันกับของที่เก็บเข้าตู้ได้ เพื่อให้พื้นผิวโล่งและดูแลง่ายขึ้น
ตรวจตู้เย็น ตู้เก็บอาหาร และลิ้นชักเป็นระยะ โดยคัดของที่หมดอายุหรือไม่ใช้แล้วออกตามความเหมาะสม การรู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนช่วยลดการซื้อซ้ำและลดของค้างในครัวด้วย อย่าลืมใช้ผ้าหรืออุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นผิวที่ผู้ผลิตแนะนำเสมอ
ให้ความสำคัญกับห้องน้ำและจุดสัมผัส
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ใช้งานทุกวัน จึงควรมีลำดับที่จำง่าย เช่น เก็บของให้เข้าที่ ดูแลอ่างล้างหน้า กระจก พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย และพื้นห้องตามความจำเป็น หากแยกอุปกรณ์ที่ใช้กับห้องน้ำออกจากอุปกรณ์ของส่วนอื่น จะช่วยให้คุณจัดเก็บและหยิบใช้ได้เป็นหมวดหมู่
ผ้าเช็ดตัว พรม และภาชนะใส่ของใช้ควรมีตำแหน่งประจำ เพื่อให้ห้องน้ำไม่ดูรกเมื่อรีบใช้งาน ลองสังเกตพื้นที่ที่มักมีน้ำกระเด็นหรือมีของวางซ้อนกัน แล้วปรับวิธีเก็บให้เหมาะกับห้องของคุณ เป้าหมายคือทำให้กลับมาดูแลง่าย ไม่ใช่เพิ่มของเก็บโดยไม่จำเป็น